ไม่ลบหลู่ดูถูกใด แต่ขอพูดจากเหตุผลจริงๆครับ
ผมติดตามค้นคว้าแทบตาย เพราะชอบด้านดาราศาสตร์มาแต่เด็กๆ
และผมก็โดนไซโคให้ตื่นเต้นตั้งแต่ปี 1999 , 2000 , 2002,2003 , ล่าสุด 2012
ในแต่ละปี จะมีคำอ้างว่า ใบเบิ้ลบอก นอสตราดามูสบอก พระไตรปิฎกบอก
นาซ่าบอก ดร.ชื่อโน้นชื่อนี้บอก ชนเผ่าโน้นเผ่านี้บอก และจะอ้างว่าเขียนไว้แค่ปีนั้นๆ ไม่มีต่ออีก (แล้วเผ่านี้เค้าดันเขียนว่าปี 2009 งี้ไม่เผ่นมุดดินไปหมดแล้วหรอครับ)
แต่ผมเห็นคำว่าปีนั้นๆ ปีนั้นๆ ปีนั้นๆ มาตั้งแต่ 1999 แล้วครับ เวปเกิดใหม่รีบเขียนเรื่องให้กระหน่ำ ด้านวิทยาศาสตร์แบบงมงาย ก็จะอ้าง Sign
ส่วนด้านศาสนาจะอ้าง คำภีร์ต่างๆ งัดลิ้งค์ต่างๆมาอ้างอิงมากมาย
ยกหลักฐานเท่าที่มีมาในชีวิตมารวมๆกันให้ดูมากๆไว้ก่อน ทั้งๆที่หลักฐานแต่ละอย่าง มันวัดอะไรไม่ได้เลย
ทั้งทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า "ตัวเองก็อ่านมาอีกที ฟังต่อมาอีกที"สุดท้ายเงียบกันหมด เวปปิดกันแทบไม่ทัน
ตอนนี้ก็เล่นเลขสวยอีกตามเคย เดือน 12 วันที่ 21 ปี 2012 ลงตัวตามปฏิทินกะราศีกะพระเจ้าของชาวสุเมเรียนซะงั้น
ดวงดาวมันเข้าใจมาหาวันเลขสวยมาโดนโลกซะงั้น คิดได้ไง?
Nibiru ก็ในหนังญี่ปุ่นคงเคยดูกันแล้วที่กราฟฟิคสวยๆ อัพขึ้นyoutube กันเป็นแถว แถมมีในหนังสือที่เอาหลักการที่ไม่มีใครยอมรับมาเขียนให้เหมือนจะมีจริง
พอเขียนหนังสือเสร็จ ก็ไปเขียนลงnet ให้ทั่วไปหมด ใครหัวอ่อนก็ดูๆๆๆ อ่านๆๆๆๆ เชื่อๆๆๆๆ (งง แล้วทำไมไม่เชื่อองค์กรต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ) ขนาดรัสเซียคู่แข่งนาซ่าตลอดกาล ก็ไม่เห็นมีใครเชื่อเลยสักคนครับ คนเค้าตอบแต่ละคน งัดหลักการเหตุผลที่ดีสุดๆ หลักฐานก็ชัดเจน
แต่คนที่หัวอ่อนจัดๆๆ อ่านๆๆๆ เห็นเค้าบอกว่าจริง มีหลักฐานมั่ว ก็เชื่อไปแล้ว พอกดลิ้งค์ตามเข้าไป ...กลายเป็นเวปเกี่ยวกะศาสนาซะงั้น แถมมีหนังสือขายให้คนหัวอ่อนเอาไปอ่านให้มันอ่อนเข้าไปอีก
ผมยังไม่ทันโพสถามNASA เลย เพราะมีคนถามกันเพียบ
http://search.nasa.gov/search/search.jsp?nasaInclude=nibiru
แล้วผมก็งงมาก
ว่าทำไมต้องถามแบบเดิมซ้ำๆๆๆๆแทบทุกคน เหมือนว่าจะเถียงข้างๆคูๆ เช่น
"รูปถ่ายจากนาซ่าเห็นชัดเจน "
เค้าก็บอกไปแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่หอดูดาวของนาซา แต่เป็นของ NSF ใช้แค่ความถี่ในการตรวจจับ ไม่ออกมาเป็นภาพ Photoshop สวยขนาดนั้น (ส่วนตัวผมเห็น File ภาพมั่วนิ่มไม่มีประวัติการใช้เครื่องมือถ่ายฝังไว้เลยเลย)
แต่ภาพจากนาซ่า File จะมีประวัติว่าถ่ายวันไหนกี่โมง เซพทับกี่ครั้ง ใช้อะไรถ่าย ใช้โปรแกรมอะไรเซพ มีครบถ้วนครับ
เช็ครูปจากที่นี่เลย เวปจับผิดรูปภาพ
http://regex.info/exif.cgi
นี่รูปน่าซ่า ลองเช็คดูจะเห็นกระทั่งใช้ชิพยี่ห้ออะไร เลนซ์อะไร
ถ่ายวันไหน ชัดเจนเลยครับ
แต่ของ Nibiru มีแต่ประวัติการใช้โปรแกรมตัดต่อซะงั้น
ได้แต่พิมพ์ไว้เอาเองว่าถ่ายไว้ตั้งแต่เดือนไหน
http://www.greatdreams.com/nibiru-possible.jpg
http://zetatalk.com/teams/tteam342.htm
อยากถามบ้างเหมือนกันว่า
ถ้าเป็นจริง ทำไมมีแต่คลิปตัดต่อแบบง่ายๆในยูทูบเกลื่อน
ข้อมูลก๊อบกันมาอ้าง ซ้ำแล้วซ้ำอีก
แล้วบอกว่า
"นักดาราศาสตร์ชั้นนำของประเทศต่างๆออกมาอธิบายเรื่องทฤษฎีความเป็นไปได้กันอย่างจ้าละหวั่น
"
ไหนล่ะครับ มีแต่เวปขายหนังสือ กับเวปศาสนาทั้งนั้น มีนักวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ออกมาพูดทั่วโลกสิครับถึงน่าเชื่อ
ไม่ใช่นักดาราศาสตร์ที่อยากขายหนังสือ หรือลิทธิต่างๆนาๆ
องค์กรทุกองค์กรแต่ละประเทศ เค้าก็ออกตัวว่า "แต่งขึ้นจากพื้นฐานที่เป็นไปไม่ได้"
"เส้นทางวงโคจร ทำให้เรารู้ได้ว่าถ้าเมื่อก่อนเราส่องดูดาวบริเวณทิศใต้สุดของดาวโลกเราจะ เห็นมัน แต่ต้องใช้กล้องส่องทางไกลช่วย แต่ปัจจุบันนี้ ปีนี้สามารถเห็นได้ด้วยเปล่าแล้ว!!"
ไหนล่ะครับ ทั้งสีแดงทั้งดวงใหญ่ เห็นด้วยตาเปล่า กล้องส่องก็เห็นชัด
Nasa เค้ายังบอกเลยว่าต่อให้เป็นดาว brown dwarf ยังไม่เห็นเลย
ถ้าเห็นจริง ในเน็ตจะต้องดังโครมครามมีแต่คนถ่ายเอามาโพสให้เกลื่อนแล้วววว ไม่ใช่มีแต่รูปเดิมๆวนไปวนมาไม่กี่เวป
คนเก่งดาราศาสตร์ คนชอบดาราศาสตร์ คนทั่วไป รวมๆทั้งโลก ก็คงไม่เงียบขนาดนี้แน่ๆครับถ้ามีจริง
ขนาดตอนพระจันทร์ยิ้ม ตอนสุริยุปราครา ยังถ่ายทอดสดเลยมองก็ไม่ค่อยจะเห็นเมฆก็เยอะ (แต่เค้ารู้ว่ามีจริงไงครับเลยยอมรอดูกัน)
"โคจรทุกๆประมาณ 3,600 ปี จะมาโจมตี solar system ของเราคล้ายดาวหาง และดวงอาทิตย์ของเราได้มีแรงดึงดูด Nibiru เอาไว้เมื่อ 4-5แสนปีก่อน"
กำ คิดปลายทางออกมามันก็ได้เลข 2012 สวยงามอยู่หรอก
แต่คิดยังครับว่าในเมื่อมันมาทีนึง แค่เฉียดโลกเรา มนุษย์หายเกือบหมดต้องรอเป็นร้อยๆปีเพื่อเริ่มต้นใหม่หมด แล้วคิดหรือยังครับว่า...
ถ้าเคยโดนโลกเรามาก่อนเมื่อ 3600ปีที่แล้ว หลักฐานล่ะครับ ไปไหนหมด
ถ้ามีมนุษย์รอด ก็ต้องมีแต่เรื่องเล่าสืบทอดกันมา
แต่ถ้าบอกว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตเหลือ ก็แปลว่าตอนนี้พวกเรายังเป็นตัวไดอะตอมอยู่เลย กว่าจะเป็นวานร กว่าจะเป็นมนุษย์ กี่ปี่ล่ะครับ 3600 ปีเองหรอ????
แล้วนับย้อนไปเรื่อยๆหรือยังครับ ? โคจรมาทุก 3600 ปี
แปลว่าโลกเราโดนไปกี่ทีแล้วครับ เอาไปคำนวนกับข้อมูลที่อ้างว่า Nibiru เข้า วงโคจรแบบขวางมา 4แสนปี
นับๆก็ .... โลกเราโดนเฉียดจนแหว่งมา 100 กว่ารอบแล้ววววว โอ้แม่เจ้าาา
1 ทีก็แหว่งแล้ว ตัวอะไรยังเกิดแทบไม่ทันเลย ถ้ามีจริงโดนบ่อยขนาดนั้น ป่านนี้โลกเราคงสาบสูญเป็นขยะอวกาศไปนานแล้ววว
มีอีกหลายข้อโต้แย้งที่มีเหตุผล มีที่มาที่ไป มีหลักฐาน มีการอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ
จะเชื่อการบอกต่อในเน็ต การตัดต่อในรูปและในคลิป การออกมาเถียงประโคมข่าว ในเรื่องที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตทุกคนในโลก !!!!!!!!!!!!
แล้วทำไมป่านนี้ไม่มีองค์กรใดๆ สักประเทศ ออกมาตื่นตัวอะไรกันเลยครับ
มีแต่ช่วยกันลดโลกร้อน - -
แล้วทำไมคนที่สร้างเรื่องมีแต่ เวปลัทธิ เวปขายหนังสือ UFO , End of the World , และหนังสือ Nibiru ทำไมทุกองค์กรรัฐและเอกชนทั่วโลกเงียบบบบบบ หมดล่ะครับ
การที่มีสัญลักษณ์ต่างๆมาตรงกันกับเหตุการณ์
จิงๆไม่ได้ตรงเลย แต่เอาที่ไม่ตรงมาตั้งแต่ทำนายวืดมาหลายรอบ งัดมาใหม่ แล้วหาทางเอาสัญลักษณ์ที่มีอยู่ ไปยัดเยียดให้ตรงกับเรื่องที่แต่งขึ้นเอง แบบนี้ใครๆก็อ้างได้ครับ กะแค่เครื่องหมาย บวก คูณ ลูกตา งู พระอาทิตย์
โหลๆครับ ให้ได้กับทุกเหตุการณ์
อย่าพึ่งเป็นเหยื่อโปรโมทหนังฟอร์มยักษ์ หรือคนใดคนหนึงครับ หรือหลอกขายของ หลอกให้บริจาคเงิน โดนหลอกให้ไปเถียงคนอื่นคอเป็นเอ็น
สุดท้ายคนเสียก็เรานะครับ
จะเชื่อหรือไม่ แล้วแต่ชีวิตท่านเองครับ
ด้วยความหวังดีแบบเหตุผลครับ
ผมอยากให้อ่านอะไรฟังอะไรมา ก็ควรรอรับอีกด้านให้เท่าๆกันและเปิดใจด้วยครับ
** ข้อมูลที่ foxnews , bbc ,cnn , discovery , history chanel (พวกนี้เพียงเชิญไปสัมภาษณ์ตามช่วงของรายการเท่านั้นนะครับ ฟังให้ครบๆ เค้าไม่ได้เห็น หรือพบจริงๆเลยสักสำนักข่าว)
reference :
http://search.nasa.gov/search/search.jsp?nasaInclude=nibiru
http://astrobiology.nasa.gov/ask-an-astrobiologist/question/?id=2744
http://www.universetoday.com/2008/06/19/2012-planet-x-is-not-nibiru/
อันนี้ก็เวปนี้เองยังบอกเลย
http://thaiastro.nectec.or.th/library/faqs/faq_doomsday.php
อันนี้ดีมาก วิกิ เค้าไม่ให้คนมาแก้ข้อมูลโดยไม่มีแหล่งยืนยัน หรือหลักฐานยันนะครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Nibiru_collision
ฉะนั้นคิดง่ายๆเลย ทำไมคนที่มาไซโคมั่วนิ่มทั้งหลาย ถึงไม่ไปแก้ไขข้อมูลจากเวปสำคัญทั่วโลก ทำไมมีแต่เวปบล๊อคตัวเองแค่เนี้ยยยยย กรรมมมม
สุดท้ายละครับ คุณๆที่เชื่อมากๆทั้งหลาย
ลอง search google คำว่า end of the world 3000 สิครับ มีอีกเยอะครับที่เค้าหาทางหนีทีไล่ไว้นานแล้ว คือ ...ผลักไปปีอื่นเลย
แกล้งเงียบบบ
แล้วบอกว่า คำทำนายเลื่อนไปอีกเป็นกี่ปี !!!!!!! กรรม โดนต่อเรื่อยๆละกัน
โชคดีครับ ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงานครับ
ไม่ใช่ youtube เธอเลยไม่เพลิดเพลิน ไม่ใช่ google ไม่มีอะไรให้ค้นหา ไม่ใช่ facebook ที่อยู่ใกล้เธอทุกเวลา แค่หน้าsite ธรรมดา ..ไม่มีค่า ไม่น่าจำ *** สาระ ความรู้ และความบันเทิงดี ดี ที่อยากแบ่งปัน
26 ตุลาคม 2552
การศึกษาข้อเท็จจริงและผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมจากปรากฏการณ์ขั้วแม่เหล็กโลกพลิกตัว
ข้อมูลจากคุณ win ครับ
ทฤษฎีที่โด่งดังมากสุดคงต้องยกให้กับคำทำนาย ที่ว่า โลกบูดเบี้ยวใบนี้จะแตกดับในวันที่ 21 ธ.ค. 2012 หรืออีกแค่ 5 ปีข้างหน้า...ด้วยชุดเลขสวย 212012
ทฤษฎีนี้คิดค้นขึ้นโดยชนเผ่ามายัน วันดังกล่าวถือเป็นวันสิ้นสุดปฏิทินลอง เคาต์ (Long Count) หรือ ปฏิทินลำดับที่ 3 ของชาวมายัน โดยปฏิทินลอง เคาต์ เล่มล่าสุดนั้น เริ่มต้นในปี 3114 ก่อนคริสตกาล และจะดำเนินต่อเนื่องเป็น 13 รอบบักตุน (baktun) กินเวลาทั้งสิ้นราว 5,126 ปี บวกลบออกมาแล้วก็ตรงกับปี 2012 พอดิบพอดี
การเริ่มต้นของ 13 รอบบักตุน เรียกได้อีกอย่างว่า อาทิตย์ดวงที่ 5 ซึ่ง ช่วงเวลาดังกล่าวจะเวียนมาบรรจบเพื่อก่อกำเนิดดวงอาท ิตย์ครบ 5 ดวง ในวันที่ 21 ธ.ค. 2012 โดยคำทำนายระบุเอาไว้ว่า ในวันนั้นโลกจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬาร ไล่เรียงตั้งแต่ภัยธรรมชาติที่จะทำลายทุกสิ่งไปจนถึง สงครามอภิมหาโลกาวินาศ จนไม่มีมนุษย์คนใดมีชีวิตรอด ซึ่งอย่างหลังนี้อาจเชื่อมโยงได้กับทฤษฎีสงครามโลกคร ั้งที่ 3 ของนอสตราดามุส โหราจารย์ชื่อก้อง
สถานการณ์น่าระทึกในวันอวสานโลก ข้างต้นตามจินตนาการข อง อง โคลด โคเวน นักเขียนหนังสือแนวอภิปรัชญาชาวฝรั่งเศส บรรยายว่า ให้นึกถึงภาพตัวเองอยู่ในสถานีรถไฟอันแออัดตอนเช้า แล้วทันใดนั้นก็เกิดเหตุโกลาหลครั้งใหญ่ทั้งธรรมชาติ แปรปรวนและระบบ คอมพิวเตอร์หรือระบบควบคุมการทำงานของเครื่องจักรเคร ื่องยนต์ต่างๆ ขัดข้อง จนเป็นเหตุให้ขบวนรถไฟในชานชาลาพากันวิ่งออกไปคนละทิ ศ คนละทาง คล้ายกับซี่วงล้อเกวียน
ในสถานการณ์อันเลวร้ายเช่นนั้นยังกดดันให้ คุณจำเป็นต้องเลือกขึ้นรถไฟสัก ขบวน อย่างน้อยก็ยังรอดจากการโดนรถไฟทับตาย แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่คุณไม่มีทางรู้เลยว่า รถไฟขบวนที่หลับหูหลับตาขึ้นไปนั้นจะพาคุณไปไหน
น่าแปลกที่นอกจาก 212012 จะเป็นวันสุดท้ายของปฏิทินชนเผ่ามายันแล้ว ยังมีข้อมูลทางดาราศาสตร์ที่ระบุไว้ว่า จะ เกิดพลังงานลึกลับที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาล โดยในเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมากที่สุดในช่วง ฤดูหนาวของปี 2012 นั้น ดวงอาทิตย์จะอยู่ในระนาบเดียวกับใจกลางของทางช้างเผื อกเป็นครั้งแรกในรอบ 2.6 หมื่นปี ซึ่งหมายความว่า พลังงานทุกประเภทจากใจกลางของทางช้างเผือกจะถาโถมและ เกิดการปะทะกับพลังงาน ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นของโลกในวันที่ 21 ธ.ค. 2012 เวลา 23.11 น. (11.11 pm ตามเวลาสากล)
สมมติว่า มีมนุษย์เหลือรอดบนโลก ก็ไม่อาจรู้ว่าจะจำตัวเองได้หรือไม่ เนื่องจากพลังงานทั้งหลาย แหล่ข้างต้นจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ ดีเอ็นเอ นำมาซึ่งการกลายพันธุ์ หรือสรุปคร่าวๆ ได้ว่า ถึงตอนนั้นโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง คนที่รอดต้องดิ้นรนสร้างสิ่งต่างๆ นับจากศูนย์
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลทางธรณีวิทยาที่ชี้ว่า ปี 2012 คือปีที่ซูเปอร์โวลคาโน หรือภูเขาไฟใต้น้ำครบกำหนดเวลา 7.4 หมื่นปีที่จะทำลายหรือระเบิดตัวเอง โดยสัญญาณเตือนภัยครั้งล่าสุด คือ โศกนาฏกรรมคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2004 ที่บอกให้ชาวโลกรู้ว่า โครงสร้างพื้นผิวโลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และการระเบิดของซูเปอร์โวลคาโนอาจไม่ใกล้ไม่ไกลบริเว ณที่เคยเกิดสึนามิมา ก่อน
และเป็นที่น่าสังเกตว่า ระยะหลังมานี้ เกิดเหตุแผ่นดินไหว ดินถล่ม และน้ำในแม่น้ำหรือทะเลสาบเหือดแห้งบ่อยครั้งทั่วโลก เป็นไปได้ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกันว่าโครงสร้างของพื้นผิวโ ลกกำลังขยับและเปลี่ยน แปลงตัวเองโดยที่มนุษย์ไม่รู้ตัว
ที่มา นสพ.ไทยรัฐ
การที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาว่ามีถึง 5000 ปีนั้นไม่ได้แปลว่าระยะเวลาก่อนปีพุทธศักราชที่ 5000 นั้นจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆขึ้นเลย ซึ่งหมายความว่าการล่มสลายนั้นไม่ว่าจะเป็นศาสนาหรืออารยธรรมใดๆก็ตามอาจ เริ่มต้นด้วยการเสื่อมถอยจนไปหรือการเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ทำให้ ศาสนาหรืออารยธรรมสิ้นสุดลงไปก่อนหน้าที่จะถึงปีที่มีการสิ้นสุดจริง ยกตัวอย่างว่าในปี พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) ที่จะถึงนี้ พุทธศาสนาเริ่มการล่มสลายเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ (ในกรณีที่ปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นจริง) ผู้คนล้มตายกันเห็นจำนวนมหาศาล ผู้คนที่เหลือรอดชีวิตต่างแสดงความเห็นแก่ตัวเพื่อความอยู่รอดของตัวเองจน ลืมหลักคำสอนของศาสนา เป็นแบบนี้ไปจนกระทั่ง พ.ศ. 5000 พุทธศาสนาได้ล่มสลายลงไปโดยสิ้นเชิง จนกว่าจะมีการเริ่มต้นใหม่ของพระพุทธศาสนาโดยการประสูติของพระพุทธเจ้า และเริ่มนับปีพุทธศักราชใหม่ในปีที่มีการสถาปนาขึ้น (เช่น ปีพุทธศักราชเดิมเริ่มนับจากปีที่มีการสวรรคตของพระพุทธเจ้า) โดยการเริ่มนับที่ พ.ศ. 1 ทำนองนี้
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่ามันไม่ใช่วันที่โลกดับสลาย แต่มันเป็นช่วงมหันตวิกฤติที่อารยาธรรมของมนุษย์ล่มสลายและสิ่งมีชีวิตหลาย ชนิดหรืออาจจะทุกชนิดล้มตายเป็นจำนวนมหาศาลหรือบางชนิดที่สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ ลง จึงมีบางส่วนที่สามารถรอดชีวิตมาได้ พร้อมกับความเชื่อทางศาสนาที่ยังคงหลงเหลืออยู่ โดยที่บางส่วนยึดถืดปฏิบัติและบางส่วนทำให้เสื่อมค่าลง เป็นแบบนี้ไปจนถึงปีที่ 5000
ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นแน่นอน
ตามบันทึกโบราณ ของชาวอียิป แต่ไม่รู้ไม่วเอากับมนุษย์ต่างได้ได้ไง
หายนะ คงไม่ใช่วันเดียว แต่ใช้เวลา
ไฟเผลาผลาญ โลกใช้เวลา โลกของเราจะเกิดสงครามครั้งใหญ่ใน ปี ค.ศ.2014 จะเกิดเหตุกาณ์สำคํญทางดาราศาตร์ โลกจะถูกหลอมละลาย ภูเขาจะถูกทำให้ราบเรียบ ภูเขาน้ำแข็งจะละลาย
แผ่นดินไหวครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นทั่วโลก สินามิเป็นเพียงผงธุรี ของเหตุการณ์การณ์นั้น
เนื่องจากมีผู้ค้นพบ บันทึก ในปิรามิด ที่ใช้เก็บเอกสารที่สำคํญ ในเอกสารนั้น
ระบุเหตุกาณ์ สำคัญของโลกเราไว้หลายอย่าง... ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา มาแล้ว
2 ครั้ง ที่ตรง คือสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ตรงในปีที่เขาบันทึกไว้ และสงครามครั้งใหญ่ที่สุด จะเป็นสงครามครั้งที่ 3 ดวงจันทร์จะสีแดงอาบไปด้วยเลือด ดวงอาทิตย์จะปกคลุมไปด้วยหมอกความมืด
ผมเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง ใน ปี ค.ศ.2014 อีก 7 ปี หลั้งจากนั้น โลกจะเต็มไปด้วยภัยวิกฤต โลกระบาด อาหารขาดแคลน คนจะชั่วร้าย อุกาบาต ดวงจะตกจากท้องฟ้า
ไม่ได้หมายความว่าชอบสงครามเพียงแต่มีเหตุการ์นั้น ...เพียงแต่ว่า มันจะเกิดขึ้น สงคราม.. การขาดแคลนอาหาร.. โรคระบาด.. แผ่นดินไหวครั้งใหญ่...
จิตใจมนุษย์จะชาเย็น แก่กล้าในความชั่ว คนจะชั่วร้าย อุกาบาต ดวงดาวจะตกจากท้องฝ้า
ปิรามิด หรืออะไรก็แล้วแล้วแต่ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาด้วยมือตัวเอง ไม่มีอะไรศักดิ์สิทธิ์ แต่อยู่ที่เนื้อหา ความเป็นจริง
ที่เขียนก็ไม่เคยไปบอกกล่าวที่ไหนหรอกนะ ก็มีทีนี่ที่เดียว ถามว่าได้อะไรไหม ไม่ได้อะไรทั้งสิ้น เสียเวลาไหม เสีย
เป็นประโยชน์กับคนอื่นไหมก็แล้วแต่ใครจะค้นหาคำตอบต่อไป ไม่ได้หวังหรือขอให้ใครมาเชื่อ เพียงอยากจะบอกกับคนที่มีสติปํญญา
ที่เป็นนักดาราศาตร์ไทย หรือ...ได้รู้ ว่าจะเกิดเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์อะไรบ้าง เป็นไปได้อย่างไรที่ดวงอาทิตย์จะถูกทำให้มืด
ดวงจันทร์จะอาบไปด้วยเลือด ( สีแดง ) เป็นเรื่องที่ตามองดูด้านล่าง ที่ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น หรืออะไรก็แล้วแต่...ที่คนโบราณเห็นภาพ
เขาก็ใช้อะไรที่สื่อให้เห็น เช่น เขาเห็นรถไฟ ในสมัยของขาไม่มีรถไฟ เขาก็บันทึกว่าม้าเหล็ก เขาเห็น.เครื่องบิน เขาก็บันทึกว่าเหมือนฝูงตั๊กแตน
เห็นปรมณู..ก็บันทึก ว่าหัวมันแหลมเหมือนธนู มันพรุ่งออกมาจากพื้นดิน
.สงคราม
2.ขาดแคลนอาหาร..
3.โรคระบาด..
4.ภัยพิบัติ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่
5.สงครามครั้งใหญ่ ครั้งที่3
6.ดวงดาวจะตกจากท้องฟ้า ( อุกาบาต )
7.แผ่นดินจะมีพื้นเดียวกัน เหมือนดังที่เคยเป็น
8.จะมีเมืองหลวงใหญ่ 2 เมือง
...
...โลกจะจะไม่แตก แน่นอน .
แต่ที่ผิวเปลือกโลก จะเกิดเคลื่อนตัว ซึ่งก็คือแผ่นดินไหว
เมืองหลวงใหญ่ๆหลายเมิอง ไม่ต้องนึกถึง ราบ เป็นหน้ากอง
แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นโดย...
ไม่จำเป็นที่จะเป็นที่ เฉพาะรอยเคลื่อนของเปล์อกโลก
จะเกิดขึ้นที่ใดก้ได้.. เพราะทุกที่ มีแรง พลังส่ง ถึงกันได้
เหมือนกับเวลาเราเปล่าลูกโป่งที่หนึ่ง มันก็จะไปดันอีกที่หนึ่ง ที่ใดก็ได้ ที่เราไม่คลาดคิด ที่ ที่เราคิดว่าจะไม่เกิดแผ่นดินไหว มันก็เกิดขึ้นก็ได้ ที่ ที่เราคิดว่า ไม่เกิด ก็สามารถเกิดได้
ทุกที่พร้อมแล้วที่จะเกิด...
ความดีของมนุษย์เท่านั้น ที่จะรักษา ปกป้อง ป้องกันไว้ได้
ทฤษฎีที่โด่งดังมากสุดคงต้องยกให้กับคำทำนาย ที่ว่า โลกบูดเบี้ยวใบนี้จะแตกดับในวันที่ 21 ธ.ค. 2012 หรืออีกแค่ 5 ปีข้างหน้า...ด้วยชุดเลขสวย 212012
ทฤษฎีนี้คิดค้นขึ้นโดยชนเผ่ามายัน วันดังกล่าวถือเป็นวันสิ้นสุดปฏิทินลอง เคาต์ (Long Count) หรือ ปฏิทินลำดับที่ 3 ของชาวมายัน โดยปฏิทินลอง เคาต์ เล่มล่าสุดนั้น เริ่มต้นในปี 3114 ก่อนคริสตกาล และจะดำเนินต่อเนื่องเป็น 13 รอบบักตุน (baktun) กินเวลาทั้งสิ้นราว 5,126 ปี บวกลบออกมาแล้วก็ตรงกับปี 2012 พอดิบพอดี
การเริ่มต้นของ 13 รอบบักตุน เรียกได้อีกอย่างว่า อาทิตย์ดวงที่ 5 ซึ่ง ช่วงเวลาดังกล่าวจะเวียนมาบรรจบเพื่อก่อกำเนิดดวงอาท ิตย์ครบ 5 ดวง ในวันที่ 21 ธ.ค. 2012 โดยคำทำนายระบุเอาไว้ว่า ในวันนั้นโลกจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬาร ไล่เรียงตั้งแต่ภัยธรรมชาติที่จะทำลายทุกสิ่งไปจนถึง สงครามอภิมหาโลกาวินาศ จนไม่มีมนุษย์คนใดมีชีวิตรอด ซึ่งอย่างหลังนี้อาจเชื่อมโยงได้กับทฤษฎีสงครามโลกคร ั้งที่ 3 ของนอสตราดามุส โหราจารย์ชื่อก้อง
สถานการณ์น่าระทึกในวันอวสานโลก ข้างต้นตามจินตนาการข อง อง โคลด โคเวน นักเขียนหนังสือแนวอภิปรัชญาชาวฝรั่งเศส บรรยายว่า ให้นึกถึงภาพตัวเองอยู่ในสถานีรถไฟอันแออัดตอนเช้า แล้วทันใดนั้นก็เกิดเหตุโกลาหลครั้งใหญ่ทั้งธรรมชาติ แปรปรวนและระบบ คอมพิวเตอร์หรือระบบควบคุมการทำงานของเครื่องจักรเคร ื่องยนต์ต่างๆ ขัดข้อง จนเป็นเหตุให้ขบวนรถไฟในชานชาลาพากันวิ่งออกไปคนละทิ ศ คนละทาง คล้ายกับซี่วงล้อเกวียน
ในสถานการณ์อันเลวร้ายเช่นนั้นยังกดดันให้ คุณจำเป็นต้องเลือกขึ้นรถไฟสัก ขบวน อย่างน้อยก็ยังรอดจากการโดนรถไฟทับตาย แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่คุณไม่มีทางรู้เลยว่า รถไฟขบวนที่หลับหูหลับตาขึ้นไปนั้นจะพาคุณไปไหน
น่าแปลกที่นอกจาก 212012 จะเป็นวันสุดท้ายของปฏิทินชนเผ่ามายันแล้ว ยังมีข้อมูลทางดาราศาสตร์ที่ระบุไว้ว่า จะ เกิดพลังงานลึกลับที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาล โดยในเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมากที่สุดในช่วง ฤดูหนาวของปี 2012 นั้น ดวงอาทิตย์จะอยู่ในระนาบเดียวกับใจกลางของทางช้างเผื อกเป็นครั้งแรกในรอบ 2.6 หมื่นปี ซึ่งหมายความว่า พลังงานทุกประเภทจากใจกลางของทางช้างเผือกจะถาโถมและ เกิดการปะทะกับพลังงาน ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นของโลกในวันที่ 21 ธ.ค. 2012 เวลา 23.11 น. (11.11 pm ตามเวลาสากล)
สมมติว่า มีมนุษย์เหลือรอดบนโลก ก็ไม่อาจรู้ว่าจะจำตัวเองได้หรือไม่ เนื่องจากพลังงานทั้งหลาย แหล่ข้างต้นจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ ดีเอ็นเอ นำมาซึ่งการกลายพันธุ์ หรือสรุปคร่าวๆ ได้ว่า ถึงตอนนั้นโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง คนที่รอดต้องดิ้นรนสร้างสิ่งต่างๆ นับจากศูนย์
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลทางธรณีวิทยาที่ชี้ว่า ปี 2012 คือปีที่ซูเปอร์โวลคาโน หรือภูเขาไฟใต้น้ำครบกำหนดเวลา 7.4 หมื่นปีที่จะทำลายหรือระเบิดตัวเอง โดยสัญญาณเตือนภัยครั้งล่าสุด คือ โศกนาฏกรรมคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2004 ที่บอกให้ชาวโลกรู้ว่า โครงสร้างพื้นผิวโลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และการระเบิดของซูเปอร์โวลคาโนอาจไม่ใกล้ไม่ไกลบริเว ณที่เคยเกิดสึนามิมา ก่อน
และเป็นที่น่าสังเกตว่า ระยะหลังมานี้ เกิดเหตุแผ่นดินไหว ดินถล่ม และน้ำในแม่น้ำหรือทะเลสาบเหือดแห้งบ่อยครั้งทั่วโลก เป็นไปได้ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกันว่าโครงสร้างของพื้นผิวโ ลกกำลังขยับและเปลี่ยน แปลงตัวเองโดยที่มนุษย์ไม่รู้ตัว
ที่มา นสพ.ไทยรัฐ
การที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาว่ามีถึง 5000 ปีนั้นไม่ได้แปลว่าระยะเวลาก่อนปีพุทธศักราชที่ 5000 นั้นจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆขึ้นเลย ซึ่งหมายความว่าการล่มสลายนั้นไม่ว่าจะเป็นศาสนาหรืออารยธรรมใดๆก็ตามอาจ เริ่มต้นด้วยการเสื่อมถอยจนไปหรือการเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ทำให้ ศาสนาหรืออารยธรรมสิ้นสุดลงไปก่อนหน้าที่จะถึงปีที่มีการสิ้นสุดจริง ยกตัวอย่างว่าในปี พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) ที่จะถึงนี้ พุทธศาสนาเริ่มการล่มสลายเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ (ในกรณีที่ปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นจริง) ผู้คนล้มตายกันเห็นจำนวนมหาศาล ผู้คนที่เหลือรอดชีวิตต่างแสดงความเห็นแก่ตัวเพื่อความอยู่รอดของตัวเองจน ลืมหลักคำสอนของศาสนา เป็นแบบนี้ไปจนกระทั่ง พ.ศ. 5000 พุทธศาสนาได้ล่มสลายลงไปโดยสิ้นเชิง จนกว่าจะมีการเริ่มต้นใหม่ของพระพุทธศาสนาโดยการประสูติของพระพุทธเจ้า และเริ่มนับปีพุทธศักราชใหม่ในปีที่มีการสถาปนาขึ้น (เช่น ปีพุทธศักราชเดิมเริ่มนับจากปีที่มีการสวรรคตของพระพุทธเจ้า) โดยการเริ่มนับที่ พ.ศ. 1 ทำนองนี้
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่ามันไม่ใช่วันที่โลกดับสลาย แต่มันเป็นช่วงมหันตวิกฤติที่อารยาธรรมของมนุษย์ล่มสลายและสิ่งมีชีวิตหลาย ชนิดหรืออาจจะทุกชนิดล้มตายเป็นจำนวนมหาศาลหรือบางชนิดที่สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ ลง จึงมีบางส่วนที่สามารถรอดชีวิตมาได้ พร้อมกับความเชื่อทางศาสนาที่ยังคงหลงเหลืออยู่ โดยที่บางส่วนยึดถืดปฏิบัติและบางส่วนทำให้เสื่อมค่าลง เป็นแบบนี้ไปจนถึงปีที่ 5000
ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นแน่นอน
ตามบันทึกโบราณ ของชาวอียิป แต่ไม่รู้ไม่วเอากับมนุษย์ต่างได้ได้ไง
หายนะ คงไม่ใช่วันเดียว แต่ใช้เวลา
ไฟเผลาผลาญ โลกใช้เวลา โลกของเราจะเกิดสงครามครั้งใหญ่ใน ปี ค.ศ.2014 จะเกิดเหตุกาณ์สำคํญทางดาราศาตร์ โลกจะถูกหลอมละลาย ภูเขาจะถูกทำให้ราบเรียบ ภูเขาน้ำแข็งจะละลาย
แผ่นดินไหวครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นทั่วโลก สินามิเป็นเพียงผงธุรี ของเหตุการณ์การณ์นั้น
เนื่องจากมีผู้ค้นพบ บันทึก ในปิรามิด ที่ใช้เก็บเอกสารที่สำคํญ ในเอกสารนั้น
ระบุเหตุกาณ์ สำคัญของโลกเราไว้หลายอย่าง... ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา มาแล้ว
2 ครั้ง ที่ตรง คือสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ตรงในปีที่เขาบันทึกไว้ และสงครามครั้งใหญ่ที่สุด จะเป็นสงครามครั้งที่ 3 ดวงจันทร์จะสีแดงอาบไปด้วยเลือด ดวงอาทิตย์จะปกคลุมไปด้วยหมอกความมืด
ผมเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง ใน ปี ค.ศ.2014 อีก 7 ปี หลั้งจากนั้น โลกจะเต็มไปด้วยภัยวิกฤต โลกระบาด อาหารขาดแคลน คนจะชั่วร้าย อุกาบาต ดวงจะตกจากท้องฟ้า
ไม่ได้หมายความว่าชอบสงครามเพียงแต่มีเหตุการ์นั้น ...เพียงแต่ว่า มันจะเกิดขึ้น สงคราม.. การขาดแคลนอาหาร.. โรคระบาด.. แผ่นดินไหวครั้งใหญ่...
จิตใจมนุษย์จะชาเย็น แก่กล้าในความชั่ว คนจะชั่วร้าย อุกาบาต ดวงดาวจะตกจากท้องฝ้า
ปิรามิด หรืออะไรก็แล้วแล้วแต่ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาด้วยมือตัวเอง ไม่มีอะไรศักดิ์สิทธิ์ แต่อยู่ที่เนื้อหา ความเป็นจริง
ที่เขียนก็ไม่เคยไปบอกกล่าวที่ไหนหรอกนะ ก็มีทีนี่ที่เดียว ถามว่าได้อะไรไหม ไม่ได้อะไรทั้งสิ้น เสียเวลาไหม เสีย
เป็นประโยชน์กับคนอื่นไหมก็แล้วแต่ใครจะค้นหาคำตอบต่อไป ไม่ได้หวังหรือขอให้ใครมาเชื่อ เพียงอยากจะบอกกับคนที่มีสติปํญญา
ที่เป็นนักดาราศาตร์ไทย หรือ...ได้รู้ ว่าจะเกิดเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์อะไรบ้าง เป็นไปได้อย่างไรที่ดวงอาทิตย์จะถูกทำให้มืด
ดวงจันทร์จะอาบไปด้วยเลือด ( สีแดง ) เป็นเรื่องที่ตามองดูด้านล่าง ที่ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น หรืออะไรก็แล้วแต่...ที่คนโบราณเห็นภาพ
เขาก็ใช้อะไรที่สื่อให้เห็น เช่น เขาเห็นรถไฟ ในสมัยของขาไม่มีรถไฟ เขาก็บันทึกว่าม้าเหล็ก เขาเห็น.เครื่องบิน เขาก็บันทึกว่าเหมือนฝูงตั๊กแตน
เห็นปรมณู..ก็บันทึก ว่าหัวมันแหลมเหมือนธนู มันพรุ่งออกมาจากพื้นดิน
.สงคราม
2.ขาดแคลนอาหาร..
3.โรคระบาด..
4.ภัยพิบัติ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่
5.สงครามครั้งใหญ่ ครั้งที่3
6.ดวงดาวจะตกจากท้องฟ้า ( อุกาบาต )
7.แผ่นดินจะมีพื้นเดียวกัน เหมือนดังที่เคยเป็น
8.จะมีเมืองหลวงใหญ่ 2 เมือง
...
...โลกจะจะไม่แตก แน่นอน .
แต่ที่ผิวเปลือกโลก จะเกิดเคลื่อนตัว ซึ่งก็คือแผ่นดินไหว
เมืองหลวงใหญ่ๆหลายเมิอง ไม่ต้องนึกถึง ราบ เป็นหน้ากอง
แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นโดย...
ไม่จำเป็นที่จะเป็นที่ เฉพาะรอยเคลื่อนของเปล์อกโลก
จะเกิดขึ้นที่ใดก้ได้.. เพราะทุกที่ มีแรง พลังส่ง ถึงกันได้
เหมือนกับเวลาเราเปล่าลูกโป่งที่หนึ่ง มันก็จะไปดันอีกที่หนึ่ง ที่ใดก็ได้ ที่เราไม่คลาดคิด ที่ ที่เราคิดว่าจะไม่เกิดแผ่นดินไหว มันก็เกิดขึ้นก็ได้ ที่ ที่เราคิดว่า ไม่เกิด ก็สามารถเกิดได้
ทุกที่พร้อมแล้วที่จะเกิด...
ความดีของมนุษย์เท่านั้น ที่จะรักษา ปกป้อง ป้องกันไว้ได้
21 เดือน 12 ปี 2012 โลกจะอวสานจริงหรือ ?????
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ในวันที่ 21 เดือน 12 ปี 2012
โลกจะอวสานจริงหรือ ?? ?? ?? ??
1.ทางวิทยาศาสตร์ NASA ออกมาบอกว่าสนามแม่เหล็กโลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
2.ทางโหราศาสตร์ บ่งบอกว่าจะเกิดการเรียงตัวกันของ โลก กาแล็คซี่ทางช้างเผือก และดวงอาทิตย์
3.ทางโบราณคดี ชาวมายามีปฏิทินถึงเพียงแค่ปี 2012 และระบุวันจุดจบของโลกไว้
4.ทางการทำนาย นอสตราดามุสได้ทำนายไว้กับราศีตีความแล้วสอดคล้องกับทางโหราศาสตร์
5.ทาง UFO ผู้ที่ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้อ้างว่ามนุษย์ต่างดาวได้บอกเค้า(แล้วแต่ความเชื่อ)
6.ทางความคิดผมเอง ศาสนาพุทธและคริส ได้ระบุวันจุดจบไว้แล้วในปี พุทธศักราชและคริสศักราช
คำ ทำนายเรื่องวันสิ้นโลกนี้ มาจากวันในปฏิทินของชาวเผ่ามายัน (ชาวเผ่าโบราณที่อาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาตอนกลาง) ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 ธันวาคม ปีคศ. 2012
ไม่ว่าจะทางใด ดูจากหลาย ๆ ทางแล้วชี้ไปในปีเดียวกัน ความเชื่อมั่นกับสิ่งที่จะเกิดในปี 2012 นั้นน่าจะมีอะไรเกิดการเปลี่ยนแปลงแน่ ๆ แต่ที่แน่ ๆ ในปัจจุบันผมมั่นใจว่ามันน่าจะเริ่มเกิดขึ้นแล้ว โดยสังเกตุจากผลกระทบจากภัยธรรมชาตินี่เอง เมื่อกลับมามองดูปี 2012 ก็เลยมานั่งพิจรณาดูเล่น ๆ (การนับเลขฐานสิบจะนับศูนย์ถึงเก้า) ถ้าเราตัดเลขสองออกก็จะได้เลขนับ 0->1->2 เมื่อมาดูเป็นปี พ.ศ. มันเป็นปี 2555 (เลยสวยมาก) ถ้าเราตัดเลขสองออกเช่นกัน จะได้เลข 5 เรียงตัวกัน 3 ตัวผมขอโยงไปเรื่องโหราศาตร์ที่จะมี โลก กาแล็คซี่ และดวงอาทิตย์ ที่จะเกิดการเรียงตัวกัน ผลลัพธ์นั้นคงบอกไม่ได้ อาจเกิดผลกระทบรุนแรงต่อโลกหรืออาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ได้ เพราะสิ่งที่เราไม่รู้นั้นยังมีอีกมากมายทั้งในอวกาศและจักรวาล
1.ปฏิทินมายัน
ทำไมต้องเชื่อปฏิทินของชาวเผ่ามายัน
เป็น ที่ยอมรับว่าปฏิทินของชาวมายันมีความเที่ยงตรงอย่างมาก เที่ยงตรงกว่าปฏิทินระบบที่เราใช้กันในสากลมากมาย เพราะชาวมายันทำปฏิทินจากระบบดวงดาว โดยปฏิทินนี้ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไรเลยถึง 380,000 ปี (ในขณะที่ปฎิทินที่เราใช้ต้องมี Leap Year ทุกๆ 4 ปีเป็นต้น)
จะเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น
คำถามนี้เป็นปัญหาโลกแตก (literally speaking) จริงๆ เพราะนอกจากจะเกี่ยวกับเรื่องวันสิ้นโลกแล้ว ยังเป็นคำถามที่ไม่มีใครให้คำตอบที่แน่นอนได้ มีเพียงการคาดเดา การผูกโยงข้อมูลต่างๆ เพื่อทำนายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันสิ้นโลก (ดู 21 December 2012, Articles you need to read.) เหตุการณ์ที่คาดเดากันว่าจะเกิดและเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องมีทั้งเรื่องของ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติบนดวงอาทิตย์ที่จะเกิดผลกระทบยิ่งใหญ่กับระบบสุริยะ จักรวาลและโลกของเรา ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นจนถึงวันที่ 21 ธันวา 2012 การเปลี่ยนขั้วของขั้วโลกเหนือใต้ ฯลฯ
แล้วชาวมายันทำนายไว้ว่าอย่างไร
ชาว มายันไม่ได้เขียนชัดเจนว่า วันที่ 21 ธันวา 2012 จะเป็นวันสิ้นสุดของโลก มีผู้คนจำนวนมากเชื่อว่า มันคือวันที่โลกจะเปลี่ยนแปลงจากยุคหนึ่งเป็นอีกยุคหนึ่ง และเรามีหน้าที่ที่จะต้องเตรียมรับมือกับวันนั้นให้ได้ เพื่อความอยู่รอดจากการเปลี่ยนแปลง และหลังจากวันนั้น โลกของเราจะมีสันติสุขอย่างแท้จริง
ปฏิทินของชาวมายันโดยคร่าว
จาก ปฏิทินของชาวมายัน เรากำลังอยู่ในช่วงปลายของ 1 วันแห่งระบบจักรวาล หรือ End of a Galactic Day ซึ่งระยะเวลา 1 วัน แห่งระบบจักรวาลนั้นยาวนานถึง 25,625 ปี และแบ่งได้เป็น 5 ช่วง ช่วงละ 5,125 ปี และขณะนี้เราอยู่ในช่วงปลายของช่วงที่ 5 แล้ว ชาวมายันบอกว่า นับจากปี 1999 เราจะมีเวลา 13 ปีที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติและจิตสำนึกของการอยู่บนโลกใบนี้เพื่อที่จะรอดจาก การทำลายล้าง และในขณะเดียวกัน ก็ก้าวสู่เส้นทางที่จิตสำนึกใหม่ปูให้กับการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ตามศาสตร์ของชาวมายัน ทุกๆ 5,125 ปี ดวงอาทิตย์จะเกิดปรากฏการณ์บางอย่างที่สัมพันธ์กับศูนย์กลางทางช้างเผือกอัน กว้างใหญ่ และจากปรากฏการณ์นั้นเอง ดวงอาทิตย์จะได้รับ ?ประกายไฟ? (Spark of light) ซึ่งทำให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงและส่งผ่านความร้อนรุนแรงมากขึ้น อย่างที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า ?Solar Flares? และยังทำให้ขั้วแม่เหล็กของดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลต่อมายังโลก เกิดการสับเปลี่ยนขั้วโลก และทำให้เกิดหายนะทางธรรมชาติตามมามากมาย ปรากฏการณ์เหล่านี้ ชาวมายันเชื่อว่าเป็นเพียงกระบวนการทางธรรมชาติกระบวนการหนึ่งที่จะเกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างสม่ำเสมอ เปรียบเหมือนการหายใจของคน และจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงหรือหยุดไป เหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้ง (4 รอบแรกของปรากฏการณ์จากดวงอาทิตย์) และจะเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 5 เมื่อครบ 5,125 ปี ซึ่งก็คือวันที่ 21 ธันวาคม 2012 นั่นเอง
2.Planet X NIBIRU
Planet X NIBIRU ที่มีวงโคจรตัดกับวงโคจรของโลกเราจะตัดผ่านมาใกล้โลกอีกครั้ง ดาวดวงนี้จะผ่านมาที่วงโคจรของเราทุกๆ3600 ปี นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทวีปแอตแลนติกหายไป นั่นอาจเป้นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องโนฮากับเรือสมัยน้ำท่วมโลก
ดาวดวงนี้จะเข้ามาใกล้โลกเรื่อยๆปี 2009 จะสามารถมองเห็นทางขั้วโลกใต้ด้วยกล้องส่องดาว
ปี 2011 จะสามารถมองเห้นด้วยตาเปล่า ขนาดเท่าดวงจันทร์ของเรา ดาวดวงนี้เป็นสีแดง
ปี 2012 จะเริ่มมีปฏิริยาต่อมวลสภาพอากาศบนโลก เศษหินในอวกาศที่มากับดาวนิบิรุจะตกลงมาบนพื่นโลก เป็นฝนดาวตกอันตรายต่อมวลชีวิตทั้งโลก
วันที่ 21 ธันวาคม 2012 หายนะครั้งยิ่งใหญ่จะเกิดบนพื้นแผ่นดิน อย่างใครไม่เคยคาดคิดมาก่อน
วัน14 กุมภาพันธ์ 2013 วันนั้นเป็นวันที่ โลก +นิบิรุ+ดวงอาทิตย์ โคจรมาอยู่แนวแกนเดียวกัน แกนแม่เหล็กโลกจะเปลี่ยนไป
โลก จะหยุดหมุนรอบตัวเอง 3 วัน แผ่นดินจะแยกตัวเป็นเสี่ยง น้ำทะเลจะเป็นคลื่นมหาอภิสึนามิ ถล่มตามเมืองชายทะเลทุกแห่ง เมื่อแผ่นดินเคลื่อนตัวตามเปลือกโลก ลาวาก็จะถลักขึ้นมาเกิดเป็นภูเขาไฟมากมาย
3.UFOบอก ?? ??(แล้วแต่ความเชื่อ)
?อู แรนเดอร์ โอลิเวียร่า? ผู้ซึ่งอ้างว่าเคยได้ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวผู้โด่งดังนั้น ก็อ้างว่าเขามีโทรจิตที่เห็นภาพอนาคตจากการบอกเล่าของมนุษย์ต่างดาว ว่าในปี ค.ศ.2012 นั้น จะมีแสงสว่างมากที่สุดในกาแลกซี่และสะท้อนไปยังดาวเคราะห์ที่โคจรรอบตัว สิ่งมีชีวิตและโลกจะปั่นป่วนอย่างยิ่ง
(คงจะจำเครื่องนี้ได้ LHC)
4.หลุมดำ ?? ??
ในที่นี้ก์อคือทั้งหลุมดำของแกแล็กซี่ทางช้างเผือกและวหลุมดำพที่อาจเกิดขึ้นเองตามที่มนุษย์สร้างCERN
ในทางศาสนาพุทธ ถึงอย่างไรก็ยังผู้แย้งว่าพระพุทธเจ้าได้เคยตรัสกับพระอานนท์ไว้ ว่าในพุทศศาสนาจะมีอายุ5000ปีและมันจะเสื่อมลงในตัวของมันเอง ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ยังคงเป็นเพียงคำทำนายที่ยังบอกคำตอบที่แท้จริงไม่ได้ หรอกว่าโลกเราจะอวสานวันไหน
************************************************************************
แกนโลกจะพลิกกลับขั้ว" Pole Shift " บรรดา ET กำลังให้ความช่วยเหลือในการรอดของมนุษย์
แบบจำลองคอมพิวเตอร์ ทำนายการพลิกกลับขั้วของแม่เหล็กโลก อาจนำมาสู่การสิ้นสุดอารยธรรมมนุษย์ในปี 2012
จากการทำงานของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง ที่ได้ศึกษาปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัว บอกว่าโลกและดวงอาทิตย์ ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กัน โดยจะแลกเปลี่ยนพลังงานและใช้จนหมดกระบวนการหนึ่ง จนเกิดกระบวนการของการพลิกกลับขั้วเกิดขึ้น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน เมื่อสัตว์จำพวกไดโนเสาร์ที่สาบสูญไปในช่วงเวลานั้น
ในการค้นคว้าวิจัยส่วนตัวและของบริษัท ได้วิเคราะห์หรือทำนายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ Hyderabad ซึ่งมีแนวโน้มเกี่ยวกับการยกระดับพลังงานขึ้นสูงสุด จะเกิดขึ้นในปี 2012 นี้
การพลิกกลับขั้วของแกนแม่เหล็กโลก คือกระบวนการเมื่อขั้วทิศเหนือและขั้วทิศใต้กลับตำแหน่งกัน เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น, ที่จุดหนึ่งของเวลา สนามแม่เหล็กโลกจะลดลงเกือบจะถึงศูนย์เกาซ์ โลกที่จุดนั้นของเวลามีคุณสมบัติของแม่เหล็กเป็นศูนย์ สิ่งนี้บังเอิญมาเกิดขึ้นพร้อมกัน กับการหมุนรอบพลิกกลับขั้วของดวงอาทิตย์ในทุกๆสิบเอ็ดปีพอดี
ในประวัตศาสตร์ของมนุษย์ยุคใหม่ ปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัวที่เคยเกิดขึ้นนั้นไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน แต่ในปัจจุบัน, แบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์สามารถทำนายผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้ ซึ่ง NASA เคยนำคำพูดที่น่ากลัว มากล่าวถึงในที่สาธารณะเกี่ยวกับการพลิกกลับขั้วจะทำคุณสมบัติของแม่เหล็ก ของโลกอ่อนแอและเบี่ยงเบนไป แต่ไม่ใช่ศูนย์
ตามแบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์ Hyderabad การพลิกกลับเกี่ยวกับขั้วของโลกและดวงอาทิตย์สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาที่จริงจังดังต่อไปนี้
- ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ (ระบบขีปนาวุธ ,computer)
- การอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆ
- ระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสัตว์รวมถึงมนุษย์จะทำให้อ่อนอย่างมาก
- ทำให้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้น, เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แผ่นดินไหว และแผ่นดินถล่ม
- สนามแม่แหล็กโลก (Magnetosphere) จะอ่อนแอลง และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มปริมาณถึงระดับ อันตราย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
- กลุ่มวัตถุในอวกาศที่มีเส้นผ่านมากมายจะเฉียดเข้าใกล้โลกได้ง่ายขึ้น
-แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ถ้าคุณรวมเค้าเรื่องการทำลายล้างกับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ความเป็นไปได้เหล่านี้เป็นไปได้ทั้งหมด, คุณสามารถดูได้โดยง่าย, โลกอาจจะกลายเป็นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับอารยธรรมของมนุษย์เมื่อถึงปี 2012 และผู้ที่จะรอดได้นั้นอาจต้องมีชีวิตอยู่ใด้ดินหรือใต้เปลือกโลกเท่านั้น..
.
กลุ่มนักค้นคว้าเรื่อง UFO จำนวนมาก (ในต่างประเทศ) ที่ได้ทำการติดต่อกับพวกเขาอย่างลับๆ รายงานว่ามนุษย์ต่างดาวได้ตระหนักถึงเหตุการณ์เกี่ยวกับโลกในช่วงระยะอัน ใกล้นี้ ได้เข้ามาบันทึกและศึกษาเหตุการณ์การสูญพันธุ์ของรูปแบบอารยธรรมเกี่ยวกับ มนุษย์ อันเนี่องมาจากการขาดของความรู้ของเราเอง ขณะนี้เขากำลังจัดเตรียมเครื่องมือสำหรับการตรวจวัดและคัดเลือกมนุษย์ที่เขา จะช่วยชิวิตเอาไว้ได้จำนวนหนึ่งแล้ว...
พวกเขาได้รับสัญญาณและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโลก ว่ามีบางสิ่งที่รุนแรงจะเกิดขึ้น ซึ่งเขากำลังเตรียมช่วยเหลือเราอย่างเงียบๆ รวมถึงการเคลื่อนย้ายเราไปสู่ปลายทางที่ปลอดภัยที่เราไม่อาจรู้ (ซึ่งฃ่าวนี้ตรงกับข้อมูลทางกลุ่มเขากะลาของไทยที่บอกไว้คล้ายกัน เกี่ยวกับการเตรียมการช่วยเหลือตามจุดต่างๆ 8จุด ทั้งในไทยและต่างประเทศ)
หลายๆเหตุการณ์ เช่นTsunami, มันเป็นไปได้ที่เราจะงงงวยและจ้องมองมัน กับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ถ้าเรื่องราวนี้ถูกต้อง, มันอาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่เราจะอยู่รอดจะเพื่ออารยธรรมของเรา บางทีเราอาจต้องเคลื่อนย้ายสู่ดาวเคราะห์อื่นๆ เช่นที่มันอาจจะเคยเกิดขึ้นบนดาวอังคารเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว...
******************************************************************************
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
เมื่อเร็วๆ มานี้ องค์การ NASA ได้เคยทำให้สาธารณะชนเกิดความหวาดหวั่นด้วยการออกมาเปิดเผยว่าการพลิกกลับ ของขั้วแม่เหล็กโลกจะทำให้ความเข้มข้นของสนามแม่เหล็กโลกอ่อนลง และไร้ความมั่นคงแต่ไม่ถึงกับลดลงถึงระดับศูนย์
แต่จากการศึกษาร่วมกันของนักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่งกับกลุ่ม นักธรณีฟิสิกส์และนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์พบว่า ทั้งโลกและดวงอาทิตย์จะสิ้นสุดระยะเวลาที่ใช้ในกระบวนการพลิกกลับของขั้วแม่ เหล็ก (Magnetic Pole Reversal) ในปี ค.ศ. 2012 โดยครั้งล่าสุดกระบวนการนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีที่ผ่านมาจนทำให้ สัตว์จำพวกไดโนเสาร์สูญพันธุ์จนหมดสิ้น จากการค้นคว้าวิจัยและการวิเคราะห์ร่วมกันใน Hyderabad ได้คาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงครั้งใหม่นี้จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2012
คำถาม......? โลกจะเป็นอย่างไรเมื่อขั้วแม่เหล็กโลกกำลังพลิกด้าน
การพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กโลก คือ กระบวนการที่ขั้วแม่เหล็กเหนือและขั้วแม่เหล็กใต้สลับตำแหน่งกัน เมื่อการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กนี้เกิดขึ้น ณ ขณะเวลาใดเวลาหนึ่ง (ซึ่งไม่สามารถทำนายได้ว่าจะกินเวลานานเท่าใด อาจกินเวลาแค่ 1 ช.ม. หรืออาจเป็นเดือนก็ได้) มันหมายถึงว่าค่าการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กโลกจะลดลงจนมีค่าเป็นศูนย์ หน่วยกาซ และโลก ณ ขณะเวลานั้นจะสูญเสียอำนาจแห่งสนามแม่เหล็กโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คำถาม.......? จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไม่มีสนามแม่เหล็กโลก
โดยปกติสนามแม่เหล็กโลก จะเป็นเสมือนโล่กำบังที่ช่วยปกป้องโลกไว้อีกชั้นหนึ่งโดยเฉพาะ การช่วยกำบังโลกจากพายุสุริยะที่เกิดจากดวงอาทิตย์ แต่เมื่อไม่มีสนามแม่เหล็กโลกในเวลาที่ว่านั้น สิ่งมีชีวิตบนโลกจะต้องเจอกับหายนะ นั่นก็คือ พายุสุริยะ(บางคนเรียกลมสุริยะ มันเหมือนกันนะเดี๋ยวจะสับสน) พายุสุริยะ คือ พลังงานที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดจากธาตุไฮโดรเจนบนพื้นผิวดวง อาทิตย์ ซึ่งจะถูกปล่อยออกมาสู่อวกาศด้วยแรงระเบิดมหาศาล ซึ่งพายุสุริยะนั้นประกอบด้วย รังสีคอสมิก(และอีกมากมาย) และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอันมหาศาล
คำถาม........? เราจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องเผชินกับพายุสุริยะ
'ฮารัลด์ เลสช์' (Harald Lesch) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย 'มิวนิค' ได้สร้างแบบจำลองสนามแม่เหล็กโลกขึ้นมาศึกษาในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ เพื่อหาคำตอบว่าโลกเราจะเป็นอย่างไรหากไม่มีสนามแม่เหล็ก แบบจำลองที่ 'ฮารัลด์ เลสช์' สร้างขึ้นพบว่า ถ้าโลกเราถูกพายุสุริยะกระหน่ำ ผลที่ได้สร้างความประหลาดใจอย่างยิ่ง จากภาพจำลองที่คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นแสดงให้เห็นว่า เมื่อ มวลอนุภาคคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากพายุสุริยะมาถึงโลก จะทำปฏิกิริยากับชั้นบรรยากาศ เกิดเป็นสนามแม่เหล็กชุดใหม่มาแทนที่และทรงพลัง พอที่จะทานแรงปะทะของรังสีคอสมิก ทำให้รังสีคอสมิกที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์เบนออกสู่อวกาศแต่ทะว่าโลกเรา นั้นสามารถรอดพ้นจากอันตรายจากรังสีคอสมิกไปได้ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการนี้ไม่ได้เป็นผลดีต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกเลย ตามหลักแล้วกระแสไฟฟ้าจะไหลไปสู่ที่ๆมีความต่างศักย์ที่น้อยกว่า และสนามแม่เหล็กชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นไม่ได้เสถียร เหมือนแม่เหล็กโลกเดิม ฉะนั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำปฏิกิริยากับบรรยากาศโลกย่อมไม่ได้หยุดอยู่ เพียงแค่นั้น สิ่งที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะกระทำต่อไปนั้นก็คือ การปลดปล่อยพลังงานไฟฟ้าอันมหาศาลสู่ที่ๆมีความต่างศักย์ที่น้อยกว่า นั่นก็คือพื้นผิวโลก เหตุการณ์ที่ว่านี้คือ พายุฟ้าผ่านั้นเอง พายุฟ้าผ่านี้ อาจกินเนื้อที่ทั้งทวีปหรือทั่วโลก สายฟ้าที่กระหน่ำลงมาจากก้อนเมฆอิเล็กตรอนนั้น จะกระหน่ำผ่าลงมาทุกๆที่โดยไม่หยุดจนกว่าพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากพายุ สุริยะจะหมดลง และจะเกิดขึ้นอีกถ้าพายุสุริยะลูกต่อไปมาถึง หรือจนกว่าการกลับขั้วของแม่เหล็กโลกจะเสร็จสมบูรณ์จนทำให้กระบวนการสร้าง สนามแม่เหล็กโลกจะทำงานได้อีก สิ่งมีชีวิตบนโลกมากมายจะต้องตาย และเทคโนโลยีต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นจะถูกทำลายลงในครั้งนี้ แต่ถ้ารังสีคอสมิกสามารถหลุดรอดมากจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าได้ สิ่งมีชีวิตที่รอดจากการถูกฟ้าผ่า ก็อาจจะต้องตายจากโรคมะเล็งและความร้อน
คำถาม........? เมื่อสนามแม่เหล็กโลกเกิดการพลิกตัวอย่างสมบูรณ์จะเกิดอะไรขึ้นกับโลก
สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้อาจะเหลือเชื่อแต่ตามหลักการแล้วย่อมเป็นไปได้ การพลิกด้านของขั้วแม่เหล็กโลกนี้ไม่ได้ทำให้เกิดความหายนะจากพายุสุริยะแค่ เพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดหายนะจากการหมุนกลับทางของโลกที่จะเกิดตามมาอีก ยกตัวอย่าง เช่น การหมุนของมอเตอร์ มอเตอร์แบบธรรมดามี 2 ขั้ว โดยให้สัญลักษณ์ A และ B ก่อนที่ขั้วแม่เหล็กโลกจะพลิกตัว ให้เปรียบโดยการใช้ ไฟฟ้าขั้ว + ต่อเข้ากับ A และไฟฟ้าขั้ว - ต่อเข้ากับ B มอเตอร์จะหมุนไปทางใดทางหนึ่ง แต่เมื่อเราต่อขั้วไฟฟ้ากลับด้านกัน ย่อมทำให้มอเตอร์เกิดการหมุนทิศทางตรงกันข้ามกับครั้งแรก และนี่ก็เปรียบกับการพลิกด้านของขั้วแม่เหล็กโลกนั่นเอง
คำถาม........? แล้วสิ่งมีชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไป
เมื่อโลกหมุนกลับทาง สิ่งมีชีวิตที่เหลืออาจจะต้องเจอกับภัยธรรมชาติมากมาย โลกหมุนกลับทางย่อมทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยน ทั้งกระแสน้ำทะเล กระแสลม รวมถึงแผ่นดิน จากนี้จะเกิดอะไรขึ้นย่อมไม่มีใครรู้ได้ มนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่มีชีวิตรอด จะปรับตัวอย่างไรเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก มนุษย์ที่เหลือจะทำอย่างไรเมื่อวันนั้นมาถึง...........................
ในแง่ความคิดของผู้มีญาณในไทย
ผู้มีฌาณทั้งหลายได้บรรยายภาพที่ได้เห็นมาว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตบ้าง เช่นประเทศไทยในอนาคตจะเหลือแค่ภาคเหนือและภาคอีสานเท่านั้น ที่เป็นพื้นที่แผ่นดินผืนใหญ่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรอดพ้นภัย อย่างเช่นที่เชียงใหม่ จะเกิดการยุบตัวและการเลื่อนของผิวดิน ภูเขาจะถล่มลงมา... ประมาณนี้ครับ
แต่จะเริ่มเห็นลางภัยพิบัติในครั้งนี้ชัดเจนขึ้นในอีกประมาณ 5 ปีนับจากนี้ และจะเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ เช่นมีภัยพิบัติมากกว่าเดิมในหลายๆที่ ไปจนถึงเวลาที่แกนโลกพลิกตัวจริงๆ ในอีก 10-15ปี
-----------------------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณเจ้าของกระทู้ครับ
ที่มา : 21 -12 -2012 วันสิ้นโลก !!
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)